Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2267.asp ]  Page view: 18.360 Time
Country United States 12357 Peaple
12.357
Country Thailand 1125 Peaple
1.125
Country United Kingdom 984 Peaple
984
Country Italy 944 Peaple
944
Country Anonymous Proxy 641 Peaple
641
Country Germany 565 Peaple
565
Country China 385 Peaple
385
Country France 339 Peaple
339
Country Russian Federation 300 Peaple
300
Country India 125 Peaple
125
Country Sweden 115 Peaple
115
Country Australia 54 Peaple
54
Country Netherlands 52 Peaple
52
Country Vietnam 37 Peaple
37
Country Ukraine 32 Peaple
32
Country Japan 30 Peaple
30
Country Pakistan 27 Peaple
27
Country New Zealand 22 Peaple
22
Country Romania 20 Peaple
20
Country Malaysia 20 Peaple
20
Country Antigua and Barbuda 19 Peaple
19
Country Bulgaria 12 Peaple
12
Country Luxembourg 11 Peaple
11
Country Indonesia 10 Peaple
10
Country Bahrain 10 Peaple
10
Country Brazil 7 Peaple
7
Country Canada 7 Peaple
7
Country Denmark 7 Peaple
7
Country Iceland 7 Peaple
7
Country Korea - Republic of 6 Peaple
6
Country Belarus 6 Peaple
6
Country Azerbaijan 6 Peaple
6
Country Argentina 6 Peaple
6
Country Slovakia 6 Peaple
6
Country Norway 6 Peaple
6
Country Mexico 5 Peaple
5
Country Taiwan 5 Peaple
5
Country Turkey 5 Peaple
5
Country United Arab Emirates 5 Peaple
5
Country Jordan 5 Peaple
5
Country Hong Kong 4 Peaple
4
Country Uruguay 4 Peaple
4
Country Georgia 3 Peaple
3
Country Malta 3 Peaple
3
Country Belgium 3 Peaple
3
Country Cambodia 2 Peaple
2
Country Finland 2 Peaple
2
Country Lithuania 2 Peaple
2
Country Spain 1 Peaple
1
Country Moldova - Republic of 1 Peaple
1
Country New Caledonia 1 Peaple
1
Country Philippines 1 Peaple
1
Country Puerto Rico 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Macao 1 Peaple
1
Country Kuwait 1 Peaple
1
Country Estonia 1 Peaple
1
Country Croatia 1 Peaple
1
Country Andorra 1 Peaple
1
Country Austria 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 22/07/2016 
เที่ยว Massa-Carrara 


Saturday, 16 July 2016

Massa, Italy
32 Celcius , Mostly Sunny

ทริปนี้ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเหมือนเคย 
แค่รู้ว่าอยากไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง หลังจากเช็คสภาพอากาศแคว้น Toscana
หรือที่หลายคนเรียกทัศคานีแดดจ้า ฟ้าใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งที่สุด
ติดอยู่ที่ว่าเมืองในแคว้นนี้เราสองคนก็ไปเที่ยวกันมาเกือบหมดแล้ว
โดยเฉพาะเมืองดังๆ อย่าง Firenze, Siena, Pisa หรือแม้กระทั่งเมืองเล็กๆ อย่าง Sangimingano
แล้วจะไปเมืองไหนล่ะทีนี้ จำได้ว่าเคยอ่านบทความเกี่ยวกับเมืองที่ผลิตหินอ่อน
ของ Carrara เป็นหินอ่อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในอิตาลี
รูปปั้นต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในอิตาลีส่วนใหญ่ทำจากหินอ่อนของ Carrara แทบทั้งนั้น

เมืองที่ว่านี้ก็คือ Massa-Carrara นั่นเอง
แต่พอดูแผนที่เมืองนี้อยู่บนสุดของแคว้น Toscana ติดกับแคว้น Liguria โน่นเลย
ระยะทางจากบ้านเราเกือบ 400 กิโลเมตร
แต่ไหนๆ ตั้งใจที่จะไปแล้ว ระยะทางแค่นี้ไม่เคยหวั่น

รอบนี้เราสองคนใช้บริการ Autostrada หรือทางด่วน
จากริมินิไปโบโลญญ่า จากนั้นแยกไปทางฟลอแร้นเพื่อต่อไปยัง Massa
ตอนแรกที่รักบอกว่าให้เราขับไปก่อนแค่ถึงโบโลญญ่า
แต่พอเอาเข้าจริงๆ เราขับคนเดียวไปจนถึงเมือง Massa โน่นเลย
โดยให้ที่รักเป็นคนดูทาง ปรากฎว่าที่รักดูผิดหลงทางไปเกือบ 60 กิโลเมตร
ทำให้ไปถึงเมือง Massa เอาเกือบบ่ายโมง ผิดแผนที่ตั้งไว้เกือบชั่วโมง
แถมพอไปถึงนักท่องเที่ยวเยอะมาก หาที่จอดรถยากสุดๆ
ที่สำคัญเราสองคนหิวมาก เพราะรีบบึ่งรถมาเมืองนี้แทบไม่ได้แวะระหว่างทางเลย

สุดท้ายต้องรีบหาร้านอาหารด่วนๆ
มาถึงเมืองทะเลฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน ต้องไม่พลาดชิมอาหารทะเลฝั่งนี้
เพราะเป็นที่กล่าวขานกันว่าอาหารทะเลฝั่งนี้จะเนื้อหวานมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศหน้าร้านอาหารติดชายหาด

วันหยุดแบบนี้นักท่องเที่ยวเยอะมาก
โต๊ะเต็มไปหมดเพราะมีแต่คนจองเอาไว้ กว่าจะได้โต๊ะต้องรอกันเกือบ 20 นาที
แถมสั่งอาหารไปเกือบชั่วโมง อาหารถึงถูกลำเลียงมาเสิร์ฟ
หิวจนเกือบหายหิวเพราะรอนานเกิน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สั่งพาสต้ามาทานกันคนละจาน อร่อยมากแต่ซีฟู๊ดน้อยสุดๆ นับตัวได้เลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
พาสต้าไม่อิ่ม ต่อด้วยซีฟู๊ดและผักทอดกรอบ จานนี้ให้คะแนนเต็ม 10 เลย

ทานเสร็จเรารีบบอกให้พนักงานเช็คบิล
ไม่อยากจะบอกเลยแค่รอเช็คบิลปาไป  40 นาที จนที่รักทนรอไม่ไหวออกไปรอนอกร้าน
เราก็ต้องนั่งรอไปกว่าจะพนักงานจะเอาบิลมาเก็บเงิน
สอบถามทีไรก็บอกให้รอหน่อยคนเยอะ ทำเอาเราหัวเสียไปเลย
เพราะเสียเวลา ติดอยู่ที่นี่ร่วม 2 ชั่วโมง เสียโอกาสไปท่องเที่ยวสถานที่อื่นๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เก็บบรรยากาศ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ชายหาดสวยๆ ของเมือง Massa

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เบื้องหลังคือภูเขาขนาดใหญ่แหล่งผลิตหินอ่อนของ Carrara

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทะเลฝั่งนี้เต็มไปด้วยก้อนหิน น้ำทะเลเลยใสมาก

เนื่องจากชายหาดหรือที่อิตาลีจะเรียกว่า Mare Lungo
อยู่ห่างจากใจกลางเมือง 3 กิโลเมตร
ไหนๆ มาแล้วต้องขับรถเข้าไปชมตัวเมืองสักหน่อย
ตอนขับรถเข้าไปเป็นเวลาบ่ายสองกว่าๆ ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านค้าต่างๆ ปิดทำการ
จะเปิดอีกทีคือช่วงสี่โมงเย็น ไม่อยากบอกเลยว่าใจกลางเมืองเวลานั้นเงียบสงัดมาก
ราวกับเมืองร้างซึ่งไร้ผู้คน แต่เราชอบนะเป็นส่วนตัวดี
แต่อย่างเดียวจะซื้ออะไรก็ซื้อไม่ได้เพราะร้านปิดหมด
ไม่เว้นแม้แต่ร้านกาแฟ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มาถึงล่ะใจกลางเมือง เห็น Duomo ประจำเมืองอยู่ลิบๆ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
จัตุรัสใจกลางเมือง เป็นอนุสรณ์สถาน


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตากล้องสายตาเอียงเข้าขั้นต้องไปหาหมอล่ะ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตึกสีส้มๆ ด้านหลังคือที่ว่าการอำเภอ


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มองไปทางไหนก็ต้องเจอภูเขา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
น้ำดื่มได้แถมสะอาดด้วย


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มีรูปดีๆ กับเค้ารูปเดียวสำหรับทริปนี้

จากจัตุรัสใจกลางเมืองเดินผ่านร้านค้ามุ่งตรงไปยังมหาวิหารประจำเมือง
แต่ปรากฎว่าวั้นนี้ไม่เปิดให้เข้าชม 

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Duomo หรือมหาวิหารประจำเมือง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เดินผ่านร้านถ่ายรูปเก๋ๆ

เดินลงมาจาก Duomo บ่ายสามกว่าๆ
อยากลองชิมเจลาโต้เมืองนี้สักหน่อยว่ารสชาติโอเคไหม เพราะตามธรรมเนียม
เราไปเมืองไหนต้องชิมเจลาโต้ ส่วนที่รักแผนกชิมพิซซ่า
แต่เนื่องจากเมืองนี้ร้านในตัวเมืองจะเปิดให้บริการหลัง 4 โมงเย็น
เราสองคนเลยต้องเดินรอกันต่อไป

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ลองชิมพวกเบเกอรี่ รสชาติไม่ผ่าน สู้เมืองเราไม่ได้เลย

ส่วนเจลาโต้ไม่ผ่านอย่างรุนแรง เราสั่งถ้วยใหญ่
ทานไปคำเดียวแล้วทิ้งเลย รสชาติหวานมาก แถมไม่ได้ใช้ผลไม้สดๆเหมือนที่เมืองเราทำ
แต่ใช้การแต่งสีแต่งกลิ่น เราตะลอนชิมเจลาโต้มาหลายเมือง
เลยพอรู้ว่าอันไหนใช้ผลไม้สดหรือแต่งกลิ่น แอบเสียดายเล็กน้อย
แต่ทานไม่ไหวจริงๆ รู้สึกเหมือนทานน้ำตาล

เหลือเวลาอีกไม่มาก
เราสองคนต้องเดินทางต่อไปยัง Carrara หรือแหล่งผลิตหินอ่อนที่โด่งดัง
จะอยู่ห่างจากใจกลางเมือง Massa แค่ 6 กิโลเมตร
แต่นั้นล่ะขับรถเข้าไปในตัวเมือง Carrara แล้ว ต้องขับรถขึ้นเขาไปอีกไกลมาก
เป็นถนนสายเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยโค้งและเหว
ซึ่งเราแทบไม่มีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน เพราะปกติที่รักขับเองตลอด
แถมช่วงที่น่ากลัวที่สุดคือขับรถผ่านอุโมงค์แคบๆ ที่ไร้แสงไฟและแสงแดดสาดส่่อง
ต้องเปิดไฟสูงช่วย เราบอกที่รักว่าเราไม่ไปแล้วเรากลัวมาก
แต่มาแล้วคือย้อนกลับไม่ได้ก็ต้องขับไปต่อ
แถมพอขับผ่านอุโมงค์แคบๆ ไปสามสี่รอบ ต้องขับขึ้นเขาดิ่งชันเกือบ 90 องศา
เรานี่กลัวจนฉี่แทบแตก ที่รักบอกห้ามหยุดไม่งั้นรถไหลลงตกเขาตายกันทั้งคู่แน่ๆ
ไม่คิดเลยว่าระยะทางจะลำบากลำบนขนาดนี้กว่าจะมาถึง
"Cave di Marmo"

สำหรับใครที่จะเข้าไปชมสถานที่ตัดหินอ่อนในถ้ำ
จะต้องซื้อตั๋วเข้าชมด้านหน้า สำหรับผู้ใหญ่คนละ 10 ยูโร ซึ่งถือว่าแพงมากๆ
ก็จะมีรถตู้พร้อมไกด์พาเข้าไปในถ้ำ ระยะทางจากปากถ้ำจนถึงด้านในคือ 600 เมตร
แต่ค่อนข้างแคบและมืดมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
บรรยากาศด้านใน

ภายในถ้ำเต็มไปด้วยร่องรอยของการตัดหิน
สมัยก่อนหลายร้อยปีผู้ที่ค้นพบสถานที่แห่งนี้ ใช้แรงงานคนในการตัดหิน
แต่สมัยนี้เปลี่ยนมาใช้เครื่องทุ่นแรง แต่ก็ยังคงใช้แรงงานคน
ไกด์เล่าว่าปัจจุบันยังคงมี 80 ครอบครัวทำงานตัดหินอยู่ที่นี่
แถมวิธีตัดหินออกมาแต่ละบล็อคฟังแล้วต้องทึ่ง เพราะใช้เครื่องมือแค่ 2-3 อย่าง
แต่ได้หินก้อนใหญ่ๆ ออกมาขายและจำหน่ายทั้งในอิตาลีและต่างประเทศ
หินอ่อนของที่นี่คือหินอ่อนที่ดีที่สุด ดังนั้นหินแต่ละก้อนจึงมีราคาค่อนข้างแพงมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อนุสรณ์สถานสำหรับเจ้าของคนแรกมีชื่อว่า Carlo

โชคดีวันนี้มีภาพจิตรกรรมจากสีน้ำมันจากจิตรกรชื่อดังของเมืองนี้
มาจัดวางไว้ตามจุดต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงาม

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กับหินอ่อนที่ผ่านการตัดมาแล้ว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สวยงามทุกชิ้น

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

สำหรับภายในถ้ำอากาศจะชื้นและค่อนข้างหนาวมากๆ
ฝุ่นจากการตัดหินค่อนข้างเยอะ ดีหน่อยที่เจ้าหน้าที่ใช้น้ำราดลงบนพื้นไว้ตลอด
สำหรับใครที่ไม่ค่อยเข้าใจภาษาอิตาลี อาจจะรู้สึกว่าเข้ามาแล้วไม่ได้อะไร
เนื่องจากไกด์อธิบายเป็นภาษาอิตาลี ส่วนภาษาอังกฤษจะค่อนข้างอ่อนแอ
เราฟังภาษาอิตาลีเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างแต่ก็พอจับใจความสำคัญได้

อกมาจากถ้ำก็ไปซื้อของที่ระลึกซึ่งทำจากหินอ่อนของ Carrara
จริงๆ อยากได้ครกมาก แต่ใบเล็กๆ ปาไป 40 ยูโร
รู้สึกว่ามันค่อนข้างแพงเลยไม่ได้ซื้อติดไม้ติดมือมา
ใกล้ๆ กับร้านขายของที่ระลึกจะมีพิพิธภัณฑ์ประวัติความเป็นมาของที่นี่
ตั้งแต่ค้นพบครั้งแรก เครื่องมือเครื่องใช้ตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ตั้งไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ขวาสุดคือปากถ้ำที่เราไปเยี่ยมชมกันมา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ภูเขาหินอ่อนทั้งนั้น

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทุกอย่างแกะสลักจากหินอ่อน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ทุกอย่างล้วนมีเรื่องราวความเป็นมา

สำหรับที่นี่จะเปิดให้เข้าชมถึง 6 โมงเย็นในช่วงหน้าร้อน
เราสองคนออกมาจากถ้ำก็ปาไปเกือบหกโมงเย็นพอดี เลยแทบไม่มีเวลาเดินโอ้เอ้
เพราะต้องรีบขับรถลงจากเขาก่อนจะมืดไม่งั้นจะเป็นอันตราย

ก่อนกลับได้รับข้อความจากพี่อ๋องเจ้าของร้านขายของไทย
ที่เราสั่งซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต พี่อ๋องบอกว่าเห็นเราโพสต์รูปลงเฟชบุ๊ก
เลยรู้ว่าเราอยู่ไม่ห่างจากบ้านพี่อ๋องเลย

สุดท้ายเลยได้มาเยี่ยมบ้านพี่อ๋อง
แถมได้ไปอุดหนุนสินค้าจากร้านพี่อ๋องด้วยตัวเอง แต่นั่นล่ะบ้านพี่อ๋องกับร้านอยู่ห่างกัน
20 กิโลเมตร กว่าเราจะซื้อของเสร็จเรียบร้อยปาไปสามทุ่ม
ซึ่งเป็นเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินพอดี 

ขากลับเราบอกที่รักว่าอยากกลับทาง Parma ไม่กลับทาง Firenze เหมือนเดิม
ปรากฎว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดมาก
เพราะถนนที่เราเลือกคือถนนสายที่ได้ชื่อว่าอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี
มีแต่โค้งนับพัน ไหนจะเหวตลอดข้างทาง
ขับรถไปสวดมนต์ไปด้วย กว่าจะผ่าน 97 กิโลเมตรลงมาถึงทางเรียบแทบเอาชีวิตไม่รอด
นี่ขนาดเราขับช้ากว่าปกติมาก คือเราขับไปเกร็งมาก ปวดแขนปวดขาไปหมด
แต่พอลงมาถึงทางเรียบด้านล่างคือโล่ง ที่รักถึงกับจับมือเราแล้วบอกเก่งมาก
รู้ไหมมีผู้คนมากมายเอาชีวิตมาทิ้งกับถนนสายนี้
เรารู้เลยว่าเราไม่ได้เก่งอะไรเลย เราแค่ขับช้าลง รถคันหลังจะด่ายังงัยก็ไม่สนใจแล้ว
นาทีนี้คือขอรักษาชีวิตตัวเองกับที่รักไว้ก่อน
แต่จะให้ขับอีกรอบกลางดึกแบบนี้คงไม่เอาแล้วเหมือนกัน

กว่าจะถึงบ้านเลยปาไปตีหนึ่งกว่าๆ
หัวถึงหมอนคือสลบกันทั้งคู่ ทริปนี้มีสนุก ตื่นเต้น ครบรสจริงๆ
ได้ทั้งเที่ยวและประสบการณ์อีกหลายอย่าง 
สิ่งหนึ่งที่เราได้จากทริปนี้คือการขับรถทางไกลคนเดียวไปกลับเกือบพันกิโลเมตร
ทำให้เราเข้าใจเลยว่าเมื่อก่อนที่รักพาเราไปตะลอนเที่ยว
แล้วขับรถคนเดียวมันเหนื่อยแค่ไหน
ต่อไปนี้เราจะไม่ยอมให้ที่รักเหนื่อยคนเดียวแล้ว อย่างน้อยเราก็ช่วยแบ่งปัน
คนละครึ่งทางก็ยังดี






New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


แผ่นดินไหวเป็นอย่างไรบ้างคะ เป็นห่วงนะคะ http://www.diary-of-us.com - Emoticon Shades.gif
mol
 25/08/2016 03:58:00

bu!
G
 26/07/2016 15:27:00