Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_2279.asp ]  Page view: 1.851 Time
Country United States 979 Peaple
979
Country China 277 Peaple
277
Country Anonymous Proxy 146 Peaple
146
Country Thailand 141 Peaple
141
Country India 62 Peaple
62
Country Italy 45 Peaple
45
Country United Kingdom 41 Peaple
41
Country Germany 27 Peaple
27
Country Australia 18 Peaple
18
Country France 16 Peaple
16
Country Russian Federation 12 Peaple
12
Country Korea - Republic of 11 Peaple
11
Country Pakistan 8 Peaple
8
Country Spain 7 Peaple
7
Country Mongolia 6 Peaple
6
Country Taiwan 6 Peaple
6
Country Vietnam 6 Peaple
6
Country Netherlands 5 Peaple
5
Country Kazakhstan 5 Peaple
5
Country Japan 4 Peaple
4
Country Denmark 4 Peaple
4
Country Indonesia 4 Peaple
4
Country New Zealand 3 Peaple
3
Country Philippines 3 Peaple
3
Country Ukraine 2 Peaple
2
Country Canada 2 Peaple
2
Country Czech Republic 2 Peaple
2
Country Jordan 1 Peaple
1
Country Lao People
1
Country Lithuania 1 Peaple
1
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Romania 1 Peaple
1
Country Norway 1 Peaple
1
Country Nepal 1 Peaple
1
Country Sweden 1 Peaple
1
Country Switzerland 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 18/01/2017 
เดินทางกลับไทยแบบกระทันหัน 


Wednesday, 18 January 2017

Rimini , Italy
7 Celcius , Party Cloudy

ปีนี้ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเดินทางกลับไทยเลยสักนิด
แต่ช่วงปลายปีน้องสาวโทรมาบอกว่าพ่อไม่สบายมาก นอนซมตลอดทั้งวัน
ไปหาหมอมา 2 โรงพยาบาลอาการก็ไม่ดีขึ้น
จนกระทั่งช่วงปีใหม่อาการพ่อก็ยังไม่ดีขึ้น น้องบอกว่าพ่อไม่ยอมไปหาหมอที่โรงพยาบาลใหญ่ๆ
ใครจะพูดเกลี้ยกล่อมยังงัยก็ไม่ฟัง เราถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ด้วยความเป็นห่วง จนที่รักทนไม่ไหวบอกว่าให้เราจองตั๋วกลับไทยเถอะ
เผื่อเรากลับไปพ่ออาจจะดีใจ อาการดีขึ้น หรือไม่ถ้าเราเกลี้ยกล่อมให้ไปหาหมอพ่ออาจจะรับฟังบ้าง
เพราะกับเรานานๆ ถึงจะได้เห็นหน้ากัน

สุดท้ายก็จองตั๋วล่วงหน้าก่อนเดินทางไม่ถึง 10 วัน
ทำให้ต้องจ่ายค่าตั๋วแพงเป็นประวัติศาสตร์ แต่เพื่อความสบายใจเรากับที่รักก็ยินดี
แต่ก็แอบสงสารที่รักเพราะเค้าเดินทางไปด้วยไม่ได้ 
ที่รักยังมีอาการป่วย คุณหมอห้ามเดินทาง อีกอย่างที่รักไม่มีวันลาพักร้อนเหลือเลย
ช่วงที่เราไม่อยู่ก็ได้มามี๊คอยดูแลที่รักให้ มามี๊ก็บอกไม่ต้องเป็นห่วง
กลับบ้านไปดูแลพ่อแม่ ทางนี้มามี๊จะดูแลให้เอง

รอบนี้เราเดินทางกับสายการบินอิมิเรต เพราะเดี๋ยวนี้มีเที่ยวบินจากโบโลญญ่า
ซึ่งห่างจากบ้านเราแค่ 100 กิโลเมตร ทำให้เดินทางสะดวกมากขึ้น
ด้วยความที่ที่รักไม่ได้ขับรถมาเป็นปี พี่สาวที่รักเลยรับอาสาขับรถไปส่งเรา
ก่อนวันเดินทางนี่ลุ้นกันมาก เพราะพยากรณ์อากาศแจ้งว่าหิมะจะตกหนัก
เราต้องวางแผนการเดินทางไปยังสนามบินกันหลายช่องทาง
แต่สุดท้ายเหมือนโชคช่วยวันที่เราเดินทางมีแค่หมอกจางๆ ไร้ซึ่งหิมะ
สรุปทั้งที่รัก มามี๊และพี่สาวพี่จีเลยได้ไปส่งเรากันอย่างพร้อมหน้า

ใจจริงเราไม่อยากให้ที่รักไปส่งเลย เพราะกลัวว่าจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
เพราะเรารู้ว่าที่รักต้องร้องไห้แน่ๆ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เราไม่ได้เดินทางด้วยกัน
แล้วก็เป็นไปตามคาดกอดคอกันร้องไห้จนคนมองกันทั้งสนามบิน

การเดินทางเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เราไปรอต่อเครื่องที่สนามบินดูไบเกือบ 4 ชั่วโมง
ทำให้มีเวลาเดินดูโน่นนี่ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีที่ทำให้เราคลายเหงาไปได้
เพราะมีโอกาสเฟชไทม์กับที่รักกับมามี๊ ทำให้ทั้งสองคนได้เห็นบรรยากาศภายในสนามบินดูไบไปด้วย

ไปถึงเมืองไทยเที่ยงวันที่ 19 เรานอนพักที่โรงแรมในกรุงเทพ 1 คืน
เพราะวันต่อมาต้องไปต่อเครื่องที่สนามบินดอนเมืองไปลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี

ไปถึงทั้งพี่สาว น้องสาวและหลานชายต่างมารับที่สนามบินกันพร้อมหน้า
กว่าจะกลับถึงบ้านปาไปสามสี่ทุ่ม พ่อนอนหลับไปแล้วเพราะไม่ค่อยสบาย เราก็ไม่อยากปลุก
กะว่าพรุ่งนี้เช้าก็เจอหน้ากัน

แม่บอกว่าตั้งแต่รู้ว่าเราจะกลับมาพ่อก็อาการดีขึ้นมาก
ลุกขึ้นมางานโน่นนี่ เรารู้สึกดีขึ้นมาก
กลับไทยรอบนี้เราไม่ได้ไปไหนเลย ขอใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่จริงๆ
ขนาดรูปซึ่งชอบถ่ายมาก ยังแทบไม่ได้จับกล้อง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เมนูแรกที่ทำให้คนที่บ้านทาน ใบเหลียงผัดไข่

ส่วนหลานติดเรามาก ช่วงที่เราอยู่ไทยเรียกว่าไปไหนไปกัน
กลางคืนก็นอนด้วยกัน เหมือนเค้ากลัวว่าเราจะหายไปไหนนานๆอีก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
น้องแชมป์หลานรัก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ห้าขวบกว่า ไม่ค่อยยอมให้ถ่ายรูปแล้วครับ


ช่วงที่เรากลับไทยวันแรกๆ ปรากฎว่าที่รักป่วยไข้ขึ้นสูง
จนต้องเรียกรถพยายาลฉุกเฉินช่วงกลางดึก
โชคดีพักฟื้นที่โรงพยาบาล 3 คืน คุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้
ช่วงนั้นเราจิตใจไม่ดีเลยเป็นห่วงหน้าพะวงหลัง ทางนี้ก็พ่อทางโน้นก็สามี
เราอยากทำหน้าที่ให้ดีทั้งสองอย่างแต่ทำไม่ได้ แต่อย่างน้อยทางโน้นก็มีมามี๊คอยดูแล

สองสัปดาห์ผ่านไปเร็วเหมือนโกหก
ยังใช้เวลากับครอบครัวไม่ทันไรก็ต้องกลับอิตาลีอีกแล้ว แค่คิดก็อยากร้องไห้
แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ถึงไม่อยากกลับแต่ก็ต้องกลับ

ก่อนเดินทางกลับวันสองวันพ่อเตรียมสารพัดผักผลไม้จะให้เรานำกลับมาอิตาลี
แต่ส่วนใหญ่จะเอากลับมาไม่ได้เพราะน้ำหนักเกิน

ถึงวันที่ต้องบอกลาทุกคนเพื่อเดินทางกลับมาอิตาลีเป็นอะไรที่เศร้ามาก
เรานี่ร้องไห้จนสะอึกสะอื้น กอดทั้งพ่อและแม่ จนพ่อต้องบอกว่าไม่ได้ไปตายสักหน่อยร้องไห้ทำไม
เดี๋ยวก็ได้กลับมาเจอกันอีก ก็มันทนไม่ไหวจริงๆ
เรากอดพ่อบอกว่าให้ดูแลตัวเองดีๆ ทานยาตามที่หมอสั่ง
แล้วเราจะกลับมาเยี่ยมใหม่

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ฝีมือเจ้าตัวแสบถ่ายรูปป้ากำลังหั่นทุเรียนจะทำทุเรียนทอดให้เราเอามาฝากที่รักและมามี๊

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
แม่ หลานชายและพี่สาว

ขากลับเราต้องมาขึ้นเครื่องการบินไทยที่สนามบินตั้งแต่เช้า
ทำให้ต้องตื่นแต่ไก่โห่เดินทางออกจากบ้านมายังสนามบิน เพราะใช้เวลาขับรถประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ขากลับเป็นอะไรที่สงสารหลานมาก พอเค้ารู้ว่าเราจะกลับบ้านแล้ว
ก็ร้องไห้อย่างหนักบอกอย่าทิ้งเค้าไป กลับมาหาแชมป์
คนเป็นป้าฟังแล้วสะเทือนใจ ยังต้องเมินหน้าหนีไม่อยากให้ทุกคนเห็นน้ำตา

เรามาพักที่โรงแรมหนึ่งคืน เพราะอีกวันเราต้องเดินทางไปขึ้นเครื่องช่วงตีสาม
รอบนี้ตอนเช็คอินผ่านไปอย่างรวดเร็วเพราะเราทำการเช็คอินออนไลน์เรียบร้อย
ขึ้นเครื่องก่อนตีสามหนึ่งชั่วโมง แต่ไม่รู้เกิดปัญหาอะไรรออยู่บนเครื่องหนึ่งชั่วโมง
ทำให้เราเดินทางมาถึงดูไบล่าช้า มาถึงเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงนิดๆ 
เครื่องที่จะเดินทางมายังโบโลญญ่าจะเดินทางออก
เราต้องเดินจ้ำอ้าวมายังเกต มาถึงก็ถึงเวลาเช็คอินขึ้นเครื่องพอดี
ทำให้ไม่มีเวลาซื้อของฝากที่ที่รักอยากได้ เสียดายมาก แต่เราไม่มีเวลาจริงๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
วิวสวยๆ จากบนเครื่อง

มาถึงโบโลญญ่าตามเวลาที่กำหนด
ลงจากเครื่อง โหลดกระเป๋า ออกมายังทางออก มามี๊ ที่รักและพี่สาวพี่จีก็รออยู่หน้าประตู
ที่รักพอเห็นหน้าเราร้องไห้โฮออกมาเลย จนเราต้องเข้าไปกอดบอกร้องไห้ทำไม
เค้าบอกเค้าคิดถึงและดีใจที่เรากลับมา

ช่วงที่ขับรถออกมา มามี๊เล่าว่าทุกวันจะมีคนถามหาเรา
จนที่รักกับมามี๊เหนื่อยจะตอบ บางคนก็แกล้งล้อว่าเราคงไม่กลับมาแล้ว
มิน่าพอที่รักเห็นหน้าเรานี่ร้องไห้ใหญ่ แต่ก็เข้าใจที่รักเลย
เราสองคนเคยไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา ตัวติดกันยังกะตังเม
พอต้องห่างกันมันเลยเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง

ถ้าเป็นไปได้รอบหน้าเราจะเดินทางกลับไทยด้วยกัน
ไม่ทิ้งกันแบบนี้อีกแล้ว






New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


diary now work 
from mobile and from PC... all version
G
 27/02/2017 20:36:00

have neve, i not have
G
 27/02/2017 17:27:00