Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016
11/9/2016
15/8/2016
13/8/2016
30/7/2016
22/7/2016
21/7/2016
15/7/2016
18/6/2016
11/6/2016
8/6/2016
3/6/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_679.asp ]  Page view: 6.004 Time
Country Anonymous Proxy 3212 Peaple
3.212
Country United States 2427 Peaple
2.427
Country China 149 Peaple
149
Country Thailand 107 Peaple
107
Country Italy 31 Peaple
31
Country France 26 Peaple
26
Country Germany 13 Peaple
13
Country United Kingdom 10 Peaple
10
Country Asia/Pacific Region 9 Peaple
9
Country Australia 5 Peaple
5
Country Netherlands 3 Peaple
3
Country Norway 2 Peaple
2
Country Hong Kong 2 Peaple
2
Country Switzerland 2 Peaple
2
Country Malaysia 1 Peaple
1
Country Czech Republic 1 Peaple
1
Country Philippines 1 Peaple
1
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 26/07/2010 
จากสุวรรณภูมิ สู่มิลาน เดินทางไกลอีกครั้ง 


 Monday, 26 July 2010

Rimini, Italy
อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส
ฝนตกปรอยๆ อากาศเริ่มเย็นลงนิดหน่อย

เป็นวันที่สามที่กลับมาอยู่อิตาลี
แต่ยังต้องเขียนไดย้อนหลัง เพราะก่อนหน้าไม่มีเวลาอัพไดเลย

วันที่ 24 กรฎาคม เป็นวันเดินทางกลับอิตาลี
ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG940 เครื่องออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เวลา 00:40 น. ด้วยความที่ไม่เคยเดินทางด้วสายการบินไทยมาก่อน
สองครั้งที่บินมาอิตาลีก็ใช้บริการของสายการบินยุโรปมาตลอด
เลยเข้าใจว่าต้องไปเช็คอินล่วงหน้า 3 ชั่วโมง
แต่สำหรับสายการบินไทยที่ประเทศไทยไม่ใช่เลย เราสามารถเช็คอินได้ตลอดเวลา
อันนี้ก็เป็นความรู้ใหม่อีกเช่นกัน พอดีวันนั้นเราเดินทางไปสนามบินคนเดียว
ตั้งแต่เวลา 6 โมงเย็นนิดๆ เนื่องจากเพื่อนสนิททำงานที่สนามบิน
และมีของฝากจะให้กับที่รัก ด้วยความสงสารเพื่อนไม่อยากให้รอนาน
เราเลยรีบมาที่สนามบินด้วยกระเป๋าสามใบ หนักเอาการอยู่
ทั้งลากทั้งแบก ทั้งหิ้ว ดีนะนั่งแท็กซี่ผ่านมอเตอร์เวย์ รถไม่ติด

มาถึงสนามบินเกือบๆ ทุ่มโทรหาเพื่อนน้อง
นั่งรอไม่นานเพื่อนก็มาเจอกัน น้องเลยพาเราไปเช็คอิน
ที่น่าแปลกใจเดินทางกลับคราวนี้ เจ้าหน้าที่การบินไทยชั่งน้ำหนักกระเป๋าเราแค่ใบเดียว
และน้ำหนักอยู่ที่ 20.6 กิโลกรัม ซึ่งผ่านฉลุย จริงๆ เพิ่งจะรู้ว่าการบินไทย
อลุ่มอล่วยให้ 20-22 กิโล สำหรับโหลดลงเครื่อง โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
ด้วยความกลัว เราเอาผลไม้ที่พ่อฝากมาให้ที่รักออกไปเกือบหมดตอนอยู่บ้าน
รู้งี้เอามาอีกหน่อยก็ดี ก็ใครมันจะไปรู้เนอะ ตอนขามาจากอิตาลี
การบินไทยเช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่เป็นคนอิตาลีชั่งน้ำหนักทุกกระเป๋ารวมกันหมด
ชนิดไม่ให้ขาดไม่ให้เกิน โหดได้อีก พอขากลับดันเจอเจ้าหน้าที่ใจดี
เรื่องเช็คอิน เลยผ่านไปได้ด้วยดีทั้งน้ำหนักกระเป๋าและเรื่องวีซ่า
จากนั้นก็เลยไปเดินเล่น ถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนน้อง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ถ้าพ่อเห็นรูปนี้ ก็จะบอกว่าดูๆไปหุ่นเราเริ่มเหมือนยักษ์แน่นอน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปคู่กับเพื่อนน้อง ที่วานให้คนแถวนั้นช่วยถ่ายให้ ไม่งั้นจะไม่มีรูปคู่

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหน้าซุ้มจำลองพระแก้วมรกต ถ้าไม่ใช่ต้องขออภัยด้วยนะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านข้างบ้าง ชอบดอกกล้วยไม้มาก สวยงามจริงๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เก็บภาพกล้วยไม้สวยๆ มาฝากที่รัก เพราะรายนี้ชอบมาก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
รูปนี้รู้เลยว่าอ้วนเหมือนช้างจริงๆ ใครไม่เชื่อก็ลองดูรูปเอานะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ส่วนเพื่อนเราผอมเพรียว น้ำหนักไม่เกิน 42 ตลอดกาล

สองทุ่มเพื่อนน้องก็ต้องเดินทางกลับบ้าน
สาวโสดกลับบ้านคนดียวดึกๆคงไม่ดีแน่ เราก็เป็นห่วงด้วย
แค่รอส่งเราจนดึก แค่นี้ก็ซึ้งมากแล้ว
ไม่ว่าครั้งไหนๆ เพื่อนคนนี้ก็อยู่กับเราที่สนามบินตลอดเลย
ขอบคุณมากๆ ที่มาอยู่เป็นเพื่อนกันในวันนั้น อีกไม่นานคงได้เจอกันอีก

ร่ำลาจากเพื่อนน้อง ก็รีบเข้าไปใน Gate
เพราะวันนี้เรามีนัดกับเพื่อนรุ่นน้องอีกคนด้านใน พอดีเพื่อนคนนี้ทำงานอยู่ที่ Chanel
ทุกครั้งที่เราเดินทางออกนอกประเทศก็มักจะมาสิงสถิตย์อยู่ที่ร้านนี้
ก่อนที่จะขึ้นเครื่องตลอด ทำให้ระยะเวลาที่รอขึ้นเครื่องดูสั้นลงไปเยอะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองกับเอ็กซเรย์กระเป๋า ก็ต้องเจอภาพนี้

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ด้านหลังเยื้องๆ กันก็ร้าน Chanel นั่นเอง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สุดท้ายก็ได้เจอเพื่อนรุ่นน้องที่เราสนิทมากสมัยทำงานที่ออฟฟิศ
แต่ด้วยความเก่งด้านภาษาชนิดเจ้าของภาษายังอาย แถมพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า
ทำให้เจี๊ยบผันตัวมาทำงานที่ Chanel ได้หลายปีแล้วล่ะ งานดี เงินดี
เลยอยู่ที่ี่ได้นาน เจอกันคำแรกที่ทักเราคือ "ทำไมพี่มีนดำและบึ๊กได้ขนาดนี้"

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มาทีไรก็ต้องถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นที่ระลึก น้องเราก็ผอมซะ พี่อายจริงๆ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ท่านี้น้องรีเควส สงสัยเพิ่งกลับจากทัวร์เกาหลี
แต่ความสูงที่แตกต่างของเราสองคน เลยออกมาไม่ค่อยจะสวยเอาซะเลย

ดีนะที่ไปถึง Chanel ก็ถึงเวลาพักพอดี
เราสองคนเลยได้ไปนั่งคุยกันที่ร้าน Burger King จนถึงสี่ทุ่มเลยทีเดียว
คุยโน่นนี่ มากมายหลายเรื่อง ตามประสาคนที่ไม่ได้เจกันเกือบสองปี
แต่ยังงัยความเป็นเพื่อน เป็นพี่ ก็ไม่เคยเปลี่ยน ดีใจตรงนี้ล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เจี๊ยบถ่ายรูปนี้ให้ก่อนที่จะร่ำลากัน พราะเจี๊ยบต้องกลับไปทำงาน
ส่วนเราก็เดินไปที่ Gate B5 โน่นแน่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ถึงศาลาไทยแล้ว ต้องเดินลงบันไดเลื่อนไปยัง Gate

ช่วงที่เดินเล่นอยู่ใน Dufy Free ก็มีครอบครัว ทั้งพ่อแม่ พี่สาว น้องสาว
รวมทั้งเพื่อนๆ โทรและส่งข้อความมาหากันตลอดเวลา ต้องขอบคุณมากๆ
โดยเฉพาะเพื่อนน้อง เจีียบ เพื่อนเจี๊ยบ น้องตุ๊กกี้
ไว้คราวหน้า คงมีโอกาสได้เจอกันอีก

ไปนั่งรอที่ Gate B5 สองชั่วโมงกว่าๆ
กว่าจะได้ขึ้นเครื่อง โทรศัพท์ก็ใช้งานไม่ได้เพราะปิดสัญญาณเรียบร้อย
นั่งรอจนเกือบหลับไปเหมือนกัน
แถมผู้โดยสารวันนี้ส่วนใหญ่คือชาวอิตาเลี่ยน มีคนไทยน้อยมาก
แถมตอนต่อแถวขึ้นเครื่อง เจ้าหน้าที่การบินไทยทำได้แย่มาก
ไม่มีการจัดหมวดหมู่ ลำดับขึ้นก่อนหลัง ทั้ง Business Class และ Economics
รวมๆ กันไปหมด อีกอย่างควรจะให้คนที่นั่งแถวหลังขึ้นไปก่อน
เหมือนตอนที่ขึ้นเครื่องจากมิลานมาไทย จะได้เป็นระบบ
ผู้โดยสารก็แย่งกันขึ้นเครื่อง เพราะคงรอกันจนเหนื่อยนั่นเอง
ต่างคนก็ต่างอยากขึ้นเครื่องหาที่นั่งของตัวเองเร็วๆ
ส่วนเรานั่งอยู่ตอนหลังของเครื่อง แถวที่ 54 กว่าจะเดินถึงเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน
แต่โชคดีมากที่วันนี้ ผู้โดยสารที่นั่งข้างเราไม่เดินทาง
ทำให้ที่นั่งสามที่กลายเป็นของเราโดยปริยาย แถมที่นั่งเราได้ติดกับริมหน้าต่าง
ตามที่ขอไว้ตอนแรกด้วย สบายเข้าไปอีก นี่ถ้าได้นั่งแถวหน้าๆ ของลำ
คงจะดีกว่านี้แน่ๆ แต่วันนี้ตามกำหนดการณืเครื่องต้องออกจากสุวรรณภูมิเที่ยงคืนสี่สิบ
แต่พอเอาเข้าจริง มีผู้โดยสารจำนวน 5 คนมีปัญหา
ทำให้ต้องโหลดกระเป๋าออกจากเครื่อง เลยเลทไปอีก 20 นาที

เครื่องออกจากสนามบินไม่นานเจ้าหน้าที่ก็แจกจ่ายอาหารให้ทาน
วันนี้เราขอทานอาหารไทยเป็นข้าวหอมมะลิกับแกงฉู่ฉี่ปลาทับทิม
ก็อร่อยดีเหมือนกันนะ แต่ทานตอนตีสองบ้านเรา ทำให้รู้สึกแปลกๆ
แถมมีเรื่องน่าอาย ทานข้าวอิ่ม เจ้าหน้าที่ยังไม่ทันมาเก็บจาน เราก็เผลอหลับไปก่อน
พอดีก่อนหน้าทานยาไปหนึ่งเม็ด ทานข้าวอิ่มสลบไปเมื่อไหร่ไม่รู้
ตื่นมาอีกทีเจ้าหน้าที่เก็บจานไปเรียบร้อย
เจ้าหน้าที่คงคิดว่าทำไมยัยนี่ หลับง่ายจัง ยาที่ซื้อไปจากอิตาลีได้ผลดีจริงๆ นะเนี่ย

สรุปวันนั้นเราหลับๆ ตื่นๆ บนเครื่อง 4 ชั่วโมง
มาตื่นอีกทีก่อนเครื่องจะถึงสนามบินประมาณ  3 ชั่วโมง แล้วก็ไม่หลับอีกเลย
อีกอย่างตื่นเต้นด้วย เพราะรู้ว่าที่รักเดินทางมารอที่สนามบินตั้งแต่เที่ยงวันศุกร์
ถึงสนามบินมิลานตั้งแต่ห้าโมงเย็น และนอนรอเราในรถที่สนามบินมิลานทั้งคืน
เราเลยภาวนาขอให้ถึงมิลานเร็วๆ ดีนะที่คราวนี้เครื่องถึงมิลานก่อนกำหนดการณ์ 30 นาที

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตื่นมา ฟ้าก็เริ่มสว่าง ตอนนั้นเวลาที่อิตาลีเกือบตีสี่

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เริ่มเห็นก้อนเมฆขาวๆ ชัดเจน หลังจากมืดมาตลอดทาง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
อาหารเช้าบนเครื่อง ตอนตีห้าตามเวลาอิตาลี อร่อยทุกอย่างเลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เริ่มเข้าเขตอิตาลี ก็เริ่มเห็นภูเขาสูงเรียงราย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เริ่มมองเห็น แม่น้ำ ภูเขาชัดเจนขึ้น เพราะใกล้มิลานเต็มที

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ปีกเครื่องบินเริ่มเปิด หลังลดระดับเพื่อเตรียม landing สู่สนามบินมิลาน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
และแล้ว 7 โมงตรง เราก็ถึงมิลานโดยสวัสดิภาพ

หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง
ก็ต้องมารอโหลดกระเป๋า รีบโทรหาที่รัก ที่รักบอกว่ามารออยู่แล้ว
ตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ แต่กระเป๋าเราสิกว่าจะมารอกันนานเลย
สงสัยเราจะเช็คอินเร็วไปหน่อย

เข็นกระเป๋าออกมาจากประตู ไม่ได้คิดเลยว่าที่รักจะมารออยู่หน้าประตูขนาดนี้
เกือบเดินผ่านไปแล้วไหมล่ะ ดีนะที่ที่รักเรียกชื่อเรา
ดีใจจังที่ที่รักจำเราได้ ก็เราดำและอ้วนขึ้นมาก จนพ่อบอกว่าที่รักจำเราไม่ได้แน่เลย
พอหันไปเห็นที่รักเท่านั้นล่ะ รีบวิ่งไปกอดที่รักด้วยความคิดถึง
ส่วนคุณชายสิ น้ำตาไหลพรากตั้งแต่เห็นหน้าเราแล้ว
ทำเอาเราร้องไห้ไปด้วย กอดกันไม่อายคนแถวนั้นเอาเลย
ที่รักบอกว่าที่ร้องไห้เพราะดีใจและมีความสุขที่ได้เห็นหน้าเราอีกครั้ง

แต่เรื่องที่ไม่ประทับใจเอาซะเลย
ก็เรื่องสนามบิน Mulpensa ของมิลานนี่ล่ะ ที่จอดรถอยู่ไกลมาก
แถมระหว่างทางมีการปรับปรุง ซ่อมแซม ไม่ได้สะดวกสบายต่อผู้โดยสารเลยสักนิด
ขอบอกว่าสนามบินสุวรรณภูมิของเราสวย และสะดวกสบายกว่าเยอะ
ที่รักบอกว่าคราวหน้าขอไปโรมเท่านั้น เพราะเข็ดกับที่นี่แล้วล่ะ

มาถึงรถเห็น SMART ครั้งแรก ดีใจมากๆ เหมือนกลับมาเจอหน้าเพื่อนอีกครั้ง
แถมที่รักมีเชอรี่ลูกโตๆ ครึ่งกิโล มารอเราไว้ ที่รักบอกว่ากว่าจะหาได้
หากันหลายสิบร้าน เพราะช่วงนี้หมดฤดูเชอรี่ แต่ที่รักเห็นเราขอบมาก
เลยพยายามหามาให้ได้ ขอบคุณที่รักจริงๆ ที่คิดถึงกันเสมอ

ตลอดการเดินทางวันนั้นเราเลยได้กินเชอรี่ลูกโตๆ หวานๆ
อิ่มสะใจ กันไปเลย ส่วนที่รักแม้จะไม่ค่อยได้หลับได้นอน ทังขับรถมามิลาน
แถมมารอเราที่สนามบินอีก 16 ชั่วโมง แต่ก็ยังไม่ยอมเหนื่อย
พาเราไปเที่ยวต่อ จริงๆ เรารู้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ เพราะที่รักส่งแผนการเดินทางวันนี้
ไปบอกเราล่วงหน้า แถมบอกให้ Save Bettery กล้องถ่ายรูปไว้
สำหรับทริปที่จะไปในวันนี้ด้วย ส่วนเราจะไปเที่ยวไหนกันต่อ
ขอมาเล่าไดอารี่ถัดไปแล้วกันนะ เพราะไดนี้ยาวอีกแล้ว
อีกอย่างต้องรีบจัดการกับงานบ้านที่ค้างคาให้เรียบร้อยก่อน
กลับมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวอีกแล้วเรา

ปล.

ขอบคุณสำหรับการเยี่ยมเยือนและคอมเม้นท์นะค่ะ
อาจจะไปเยี่ยมเพื่อนๆ ช้าบ้าง อย่าเพิ่งว่ากันนะ เพราะมาถึงอิตาลีก็ไม่ได้หยุดเลย
ที่รักพาไปตะลอนทั้งวัน ทั้งขับรถเล่น กินโน่นนี่
ที่รักกลัวเราจะลืมอิตาลี เลยต้องพาไปทบทวนความจำกันหน่อย





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


 ต้อนรับการกลับมาได้น่ารักจริงๆเลยนะคุณชายจีเนี่ย
กลับมาสู่ดินแดนที่คุ้นเคย แต่ก็อดใจหายไม่ได้เนาะที่ต้องจากบ้านมาอีกครั้ง
แต่ติ๊กว่ามีนกลับมาครั้งนี้คุ้มค่าจริงๆนะ ได้ทำอะไรกับครอบครัวตั้งหลายอย่าง

ดูรูปจากหน้าต่างแล้วรู้สึกเหงาปนตื่นเต้นยังไงไม่รู้ซิมีน
เหงาเพราะไกลบ้านออกไปเรื่อยๆ และตื่นเต้นใกล้ถึงอิตาลีแล้ว
ต่อไปเน็ตแรงเพื่อนไม่ต้องเซ็งแล้วเนอะ

hellonano
27/07/2010 19:55:00

http://hellonano.diaryclub.com »

 พูดได้คำเดียวว่าอิจฉาจังเลยค่า คุณจีน่ารักเสมอเลยเนอะ
อบอุ่นใจดีมากเลยพี่มีน
พี่มีนมาคราวนี้ไม่ได้มีโอกาสเจอกันเลยค่ะ ไว้คราวหน้าจะต้องเจอใหได้แน่นอนเลย

sita
27/07/2010 10:34:00

http://www.sita.diaryclub.com »

เพื่อนเก่งอ่ะ เดินทางแล้วใส่เสื้อผ้าแขนขาสั้น
ของชั้นแค่เสื้อผ้าแขนขายาวไม่พอ
ต้องมีผ้าพันคอ เสื้อคลุม ถุงเท้า ครบเซ็ต
.. หนาวทั้งกาย หนาวทั้งจายยยยย .. อิอิ

jeab77
27/07/2010 07:41:00

 กรี๊ดด เลยคะพีมีน พี่จี ต้อนรับได้น่ารักสุดๆ เลยน้า เป็นจิมเห็นคุณแฟนดีใจจนน้ำตา
ล่วงแบบนี้คงปลื้มน่าดูเลยค่ะ // ว่าแต่พี่จีสุดๆ อีกเรื่องนึงอ่ะไปรออยู่ 16 ชม. เลย เหรอค่ะเนี่ย *0* น่ารักจิๆ อ่ // รออ่านทริป ต้อนรับพี่มีนนะค่ะ ^O^

calipso
27/07/2010 05:32:00

http://calipso.diaryclub.com »

o้องที่ทำงานที่chanel เห็นเเล้วอิจฉาาา อยากเก่งแบบพี่เค้าบ้าง 555

cookiecreams
26/07/2010 19:31:00

http://cookiecreams.diaryclub.com/ »

กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพก็ดีแล้วเน่อะ พอเครื่องลงถึงพื้นล่ะติ๊กดีใจที่สุดเลย หุหุ

กลับไทยคราวหน้าพี่จีคงไม่ให้ไปคนเดียวอีกแล้วแน่ ๆ เลย อิอิ

tikkachan
26/07/2010 19:25:00

http://tikkachan.diaryclub.com »

 พี่คนนึงล่ะไม่ประทับใจการบินไทยเลยชอบสายการบิน
ชาติอื่นมากกว่าพี่ว่าพวกแอร์เขาไม่ค่อยสนใจคนไทยในเครื่อง
เท่าไหร่เลยล่ะ คุณจีคงดีใจมากเลยนะคงคิดถึงน้องมีนมาก รีบๆเที่ยวนะเอาให้สมกับ
ที่อยู่ไทยไม่ได้เที่ยว ส่วนเรื่องยักษ์น่ะเห็นพี่แล้วจะหนาว 555

yaya
26/07/2010 14:21:00

 แหม ! ! ! ท่าทางตอนนี้พี่มีนคงมีความสุขแล้วใช่มั้ยค่ะ ได้เจอพี่จีคงหายเหนื่อหมดแล้วละซี  อิจฉาจริง จริ๊ง (เล่น ๆ ๆ ๆ ๆ ค๊าบ ๆ ๆ ๆ )
 พี่มีนทำไดอารี่ยังงัยเหลอค่ะ (อยากมีบ้างจังเลย) ได้อ่านไดอารี่พี่มีน กับทุกๆคนแล้วสนุกมากๆ (แต่อย่าบอกใครนะอายเค้า กระซิกกันเบาๆ) ฮา ฮา ฮาๆ ๆ ๆ

pick_pla
26/07/2010 12:48:00

:-)

เข้าใจอารมณ์ตอนที่เจอหน้ากันเลยล่ะ 

ว่าแต่ ไปเที่ยวไหนกันต่อ....พี่ว่ามีแฟนไดรออ่านกันเพียบเลย แถมรอดูฝีมือทำกับข้าวของน้องมีนด้วย 

memaviemeo
26/07/2010 12:30:00

http://memaviemeo.diaryclub.com »

เข้าไปเฟชบุึ๊คก่อนไปสอบ เห็นอัพไดแล้ว ดีใจด้วยนะจ๊ะ ถึงอิตาลีอย่างปลอดภัย รอดูทรืิปเที่ยวนะจ๊ะ

 

 

kookkai
26/07/2010 11:53:00

http://piopio.diaryclub.com »