Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_911.asp ]  Page view: 5.421 Time
Country United States 2804 Peaple
2.804
Country Anonymous Proxy 1678 Peaple
1.678
Country Thailand 522 Peaple
522
Country China 181 Peaple
181
Country France 38 Peaple
38
Country Australia 37 Peaple
37
Country United Kingdom 30 Peaple
30
Country Germany 23 Peaple
23
Country Italy 18 Peaple
18
Country Asia/Pacific Region 14 Peaple
14
Country Netherlands 13 Peaple
13
Country Norway 12 Peaple
12
Country Belgium 8 Peaple
8
Country Canada 7 Peaple
7
Country Sweden 6 Peaple
6
Country Indonesia 5 Peaple
5
Country Japan 3 Peaple
3
Country Switzerland 3 Peaple
3
Country Singapore 3 Peaple
3
Country Spain 3 Peaple
3
Country United Arab Emirates 3 Peaple
3
Country Oman 2 Peaple
2
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country New Zealand 1 Peaple
1
Country Lao People
1
Country Ireland 1 Peaple
1
Country Israel 1 Peaple
1
Country Hong Kong 1 Peaple
1
Country Vietnam 1 Peaple
1
Country Taiwan 1 Peaple
1
  RSS
RSS

Kangi 30/10/2010 
กุ้งพันตะไคร้ หอมๆ อร่อยๆ ได้คุณค่าสมุนไพร 


 Friday, 29 October 2010

Rimini, Italy
อุณภูมิ 8 องศาเซลเซียส
แดดอ่อนๆ แต่อากาศหนาว

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ต้องไปเรียน
ช่วงเช้าเลยต้องรีบทำอาหารไว้ทานสำหรับมื้อเที่ยง
และเผื่อไปถึงมื้อเย็น เพราะกว่าจะเลิกเรียนก็เกือบค่ำไปแล้ว
สำหรับเมนูที่ทำวันนี้มีแนวคิดมาจากความอยากกินกุ้งพันอ้อย
แต่อยู่ไกลบ้าน ไม่มีให้อ้อยให้เอามาพัน
วันนี้เราเลยต้องหาวิธีประยุกต์เอาอีกแล้ว
พอดีซื้อตะไคร้ติดตู้เย็นไว้หลายวัน ตะไคร้ที่นี่ก็แสนแพง หกต้น 6 ยูโร
คราวก่อนเอาไปต้มยำแล้วหนึ่งต้น วันนี้เหลือตะไคร้อยู่ 5 ต้น
เลยคิดว่าเอามาทำกุ้งพันตะไคร้ แทนกุ้งพันอ้อยแล้วกัน
เพราะคิดว่าคงหอมอร่อย เช่นกัน

ว่าแล้วก็มาทำ "กุ้งพันตะไคร้" กันเลยดีกว่า
แต่ขอบอกก่อนว่าวันนี้ อาจจะไม่ครบสูตร ผักก็ใช้เท่าที่มี
จริงๆ พวกกุ้งพันอ้อย หรือ กุ้งพันตะไคร้ ต้องทานคู่กับเส้นหมี่ลวกด้วย
จะเพิ่มความอร่อยมากขึ้น แต่วันนี้กไม่มีเช่นกัน
แต่แค่นี้ก็อร่อยมากๆ สำหรับคนไกลบ้านอย่างเราแล้วล่ะ

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ส่วนผสม

กุ้งบดหรือกุ้งสับละเอียด 375 กรัม
มันหมูแข็งๆ สับหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ (วันนี้หาไม่ได้ใช้หมูที่ติดมันเยอะๆแทน)
ตะไคร้ 5 ต้น
ไข่ขาวของไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนชา
น้ำมันงา 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
พริกไทยขาวป่น 1/2 ช้อนชา
เนื้อตะไคร้ตำละเอียด 1 โต๊ะ
รากผักชีหรือต้นผักชีสับละเอียด
กระเทียมสับละเอียด 3-5 กลีบ
ใบมะกรูดซอย
น้ำมันพืชสำหรับทอด
ใบตะไคร้สำหรับรองในลังถึง
ผักเครื่องเคียงตามชอบ

มาเตรียมส่วนผสมกันก่อน

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กุ้งบดหรือสับละเอียด

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
มันหมูสับหยาบ จริงๆ ควรใช้มันหมูแข็งๆ
ต่วันนี้เราหาไม่ได้ ก็ใช้มันหมูที่มีเนื้อติดอยู่เล็กน้อย
ไม่เป็นไรทดแทนกันได้จ้า มันหมจะช่วยทำให้กุ้งของเรานุ่ม ไม่แข็งกระด้าง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ไข่ขาว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตะไคร้หั่นเป็นท่อน ความาวประมาณ 4-5 นิ้ว เตรียมไว้

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
เครื่องปรุงสมุนไพร กระเทียมสับละเอียด
ตะไคร้ตำละเอียด ต้นผักชีใช้แทนรากผักชีสับละเอียด
และใบมะกรูดพันปีของเรา ซอยละเอียด

มาดูวิธีทำกันเลยจ้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นำส่วนผสมทุกอย่างใส่อ่างผสม

 http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นวดให้เข้ากันจนเหนียว
ใช้ Plastic Wrap คลุมอ่างผสม หมักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นำหม้อนึ่งใส่น้ำตั้งไฟ วันนี้แอบตัดใบตะไคร้ที่ปลูกไว้
แต่ยังไม่แตกต้นมากนัก เอามารองในลังถึง เพิ่มความหอมให้กุ้งพันตะไคร้ของเรา

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นำส่วนผสมกุ้งที่หมักได้ที่แล้ว มาพอกลงไปตรงกลางของตะไคร้
นำไปนึ่งในลังถังที่น้ำเดือด ไฟแรง จนสุก

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
กุ้งพันตะไคร้ที่นึ่งสุกเรียบร้อยแล้ว
แต่ยังไม่เสร็จจ้า

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
นำกุ้งที่นึ่งมาทอดในน้ำมันร้อนจัด ไฟอ่อนถึงปานจนกลาง
จนกลายเป็นสีเหลืองทอง

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
ตักขึ้นมาซับน้ำมันออกสักหน่อย

ช่วงนี้ก็มาเตรียมทำน้ำจิ้มกันต่อเลย
กุ้งพันตะไคร้จะทานให้อร่อย ก็ต้องทานคู่กับน้ำจิ้มอร่อยๆ เช่นกัน

ส่วนผสมน้ำจิ้ม

พริกแดงบด 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมบด 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3/4 ถ้วย
น้ำเปล่า 3/4 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย

วิธีทำ

ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ยกเว้นน้ำตาลทราย ใส่หม้อตั้งไฟจนเดือด
จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไปเคี่ยวจนข้น เหนียว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
น้ำจิ้มอร่อยๆ ของเรา ที่รักชอบมาก

คราวนี้ทุกอย่างพร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า
กุ้งพันตะไคร้หอมๆ พร้อม น้ำจิ้มพร้อม ผักเครื่องเคียงพร้อม
ลงมือทานกันได้เลย

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
สักชิ้นไหมจ๊ะเพื่อนๆ กรอบนอก นุ่มใน หอมๆ ได้รสชาดสมุนไพร
ช่วงเที่ยงเราทอดทานก่อนไปเรียน
ส่วนช่วงเย็นเลิกเรียนกลับมาก็ทอดให้ที่รักทานต่อ
ที่รักชอบมากๆ ทานคู่กับน้ำจิ้มด้วยนะ

ถึงไม่ได้ทานกุ้งพันอ้อย แต่วันนี้ได้ทานกุ้งพันตะไคร้
แค่นี้ก็มีความสุขแล้วล่ะ สำหรับคนไกลบ้านอย่างเรา

เพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ลองทำทานกันดูนะจ๊ะ
รับประกันความอร่อยจ้า

ส่วนวันนี้เหมือนเดิม ที่รักมารับไปโรงเรียน
เพราะอากาศหนาว ที่รักเห็นเราเริ่มมีน้ำมูกไหล เจ็บคอ
เหมือนจะเป็นหวัด เลยไม่อยากให้ปั่นจักรยานไปเอง
วันนี้เราตั้งใจเอาคุ้กกี้งาดำที่ทำไว้เมื่อวาน ไปให้อาจารย์กับเพื่อนๆ ในห้องทานด้วย
ปรากฎว่าทุกคนชอบใจกันมาก ต่างพากันขอบคุณเราใหญ่เลย
ในที่สุดคุ้กกี้ของเรากมีคนช่วยทานแล้ว ไม่ต้องอ้วนอยู่คนเดียว

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet
Sesame Cookies ที่นำไปฝากอาจารย์กับเพื่อนๆ วันนี้
หมดเกลี้ยงภายในพริบตา รอบหน้าคงต้องทำคุ้กกี้ไปอีก
แต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบล่ะ
ใครสนใจทำคุ้กกี้สูตรนี้ คลิกที่นี่เลยจ้า



ขอบคุณสำหรับการเยี่ยมเยือนและคอมเม้นท์น่ารักๆ นะค่ะ





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


 ตะเองเป็นไงบ้าง
เค้าไปราชการนอกสถานที่หลายวันเลย ตัวไม่สบายหายยัง
อืม แต่ละเมนูของตัวเนี่ยสุดยอดมาก ๆ น่ากินจริง ๆ
กุ้งพันอ้อยเนี่ยของโปรดเค้าม๊ากมาก
ทอดมันกุ้งอีกอย่างล่ะ

แต่ละเมนูของตัวเนี่ยเมนูเพื่อสุขภาพจริง ๆ เลยน๊า

เทคแคร์น๊าเพื่อน

ดาว
31/10/2010 12:16:00

 Look very yummy ka nong Mean.

Lizzy's mommy
31/10/2010 05:06:00

 อืมมมทานยาแล้วก็รักษาสุขภาพดื่มน้ำเยอะๆนะจ๊ะ :)

Fairy
30/10/2010 23:03:00

น่าทานทั้งสองอย่างเลย....ยิ่งมาอ่านตอนรอทานมื้อค่ำด้วยนี่ ทำให้ยิ่งหิวกว่าเดิมเลยอ่ะน้องมีน ><"

ว่าแต่ ไม่สบายเนี่ย ดีขึ้นหรือยังคะ หายไว ๆ นะจ๊ะ

memaviemeo
30/10/2010 20:54:00

http://memaviemeo.diaryclub.com »

น่ากิงจังเยย

Tukie
30/10/2010 18:58:00

 คุณเพื่อนช่างคิดจริง ๆ เอามาพันตระไคร้ เมนูนี้น่ากินอีกแล้วววว

โอ๋
30/10/2010 13:02:00

http://luuksorn.diaryclub.com »

 ชอบน่ะน้องมีนนี้ กุ้งพันตะไคร้
ไอเดียดีมาก แก้ขัดกันไปกับกุ้งพันอ้อย
โอ้ ตะไคร้อิตาลี แพงได้อีก
ที่นี่ 6 ต้น ไม่เกิน 3 ยูโร
บ้านพี่ก็ปลูกเองเหมือนกัน
แอบหยิบคุ๊กกี้ ไปทานด้วย น่าอร่อย
เดี๋ยวต้องไปดูสูตร

puikewhy
30/10/2010 08:39:00

 เห็นแล้ว อยากกินทอดมันจัง เกี่ยวกันใหมเนี่ย อิอิ

oh uk
29/10/2010 22:53:00

ผักเยอะตามเคยอะ อิอิ ;)

Fairy
29/10/2010 20:43:00

แต่ที่ติ๊กกินมันไม่ใส่เครื่องแกงน่ะพี่มีน เอากุ้งไปสับ ๆ แล้วทอดอ่ะ ประมาณนั้น

tikkachan
29/10/2010 20:15:00

http://tikkachan.diaryclub.com »

เห็นพี่มีนทำเมนูนี้แล้วนึกอยากถาม พี่มีนทำ ทอดมันกุ้งได้ป่ะ ทำให้ดูหน่อยจิ เป็นเมนูที่ติ๊กกับมิฮาโปรดปรานมากที่สุดเลยล่ะ

เมนูนี้ก็น่าอร่อย พี่มีนทำไรก็น่ากินหมดอ่ะ หุหุ

tikkachan
29/10/2010 20:06:00

http://tikkachan.diaryclub.com »