Home Sitemap Login Help Comments

Diary Of Us

Everyone can have their own personal diary on the Internet

Everyone can have their own personal diary on the Internet


User: 
Search: 
Date: 


Pag.:

19/6/2018
17/6/2018
6/6/2018
28/3/2018
12/12/2017
22/11/2017
10/11/2017
29/10/2017
12/10/2017
6/10/2017
6/9/2017
17/4/2017
26/3/2017
21/3/2017
18/2/2017
12/2/2017
18/1/2017
9/1/2017
23/12/2016
3/10/2016

Pag.:

Click to URL for copy link [ http://www.diary-of-us.com/DiaryPage/diary_921.asp ]  Page view: 1.443 Time
Country United States 1064 Peaple
1.064
Country Anonymous Proxy 229 Peaple
229
Country China 61 Peaple
61
Country France 21 Peaple
21
Country Thailand 18 Peaple
18
Country Germany 14 Peaple
14
Country Italy 11 Peaple
11
Country United Kingdom 11 Peaple
11
Country Netherlands 7 Peaple
7
Country New Zealand 3 Peaple
3
Country Australia 2 Peaple
2
Country Russian Federation 1 Peaple
1
Country Luxembourg 1 Peaple
1
  RSS
RSS

maita 02/11/2010 
ยังเปิ่นได้อีกเยอะ  




ทำไมเป็นคนขี้ลืมอย่างนี้ก็ไม่รู้   ขี้ลืมแล้วมันเหนื่อยอยู่นะ 

วันนี้ไปส่งเจ้านายที่มหาลัย  ด้วยสถานที่จอดรถในมหาลัยไม่เพียงพอ 

ใครไปสายก็ต้องระเห็ดไปจอดคาร์ฟู  

จอดเสร็จก็แพ็คพัสดุใส่ถุงเพื่อจะไปไปรษณีย์  แต่หิวข้าวแวะกินข้าวก่อนแล้วกัน

พอถึงร้านขายอาหาร วางของลง   ถึงได้รู้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในรถ 

ไม่เป็นไรกินข้าวก่อนแล้วค่อยไปเอา 

กินข้าวเสร็จท้องแทบแตก อิ่มมากกกกกกกกกกกก   

เดินแทบไม่ไหว  ก็ว่าไม่ได้กินเยอะเท่าไหร่นะ แค่ข้าวสายหนึ่งจาน

ปลาดุกย่างหนึ่งตัว  วัยกำลังเอ๊าะๆ ...

คงอยู่ในช่วงวัยรุ่นเนื้อก็เลยหวาน อร่อยมาก...ปกติไม่ค่อยชอบกินปลาดุก 

แล้วก็มีแกงไก่ใส่หน่อไม้ดอง (ถ้วยเล็กๆค่ะ จริงๆนะ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕)

เป็นแกงอีสาน แซบอีหลีเพราะไม่ได้กินมาโดนแล้ว

แล้วก็มีตำแตง (นิดเดียวค่ะ อิอิอิ)

น้ำอัดลมอีกขวด  ( ท้องไม่แตกก็บุญแล้ว  )

กินเสร็จแทบเดินไม่ไหว บอกตัวเองว่าทีหลังอย่าตะกละ (บอกประจำ แต่ทำไม่ได้ อิอิอิ)

.............................................................................

จอดรถก็โน้นจอดไว้ชั้นสาม  จะเดินเข้าประตูแล้วไปขึ้นบันไดเลื่อนก็ขี้เกียจอ้อม

ก็เลยเดินขึ้นบันไดหนีไฟ กว่าจะขึ้นไปได้แทบตาย

คงด้วยความแก่ที่มีมิใช่น้อยและก็เพิ่งกินอิ่มอิ่มมา  ได้โทรศัพท์แล้วก็เดินไปไปรษณีย์วงเวียนใหญ่

ไปถึงหยิบออกจากถุงกำลังจะยื่นให้พนักงาน

อ้าววววววววววววว ที่อยู่ยังไม่ได้เขียน

กระดาษจดที่อยู่ก็อยู่ในรถ  ปกติจะทำให้เรียบร้อยทุกอย่างก่อนออกจากบ้าน

เเต่เมื่อคืนนี้ขี้เกียจกะจะทำตอนเช้า ตอนเช้าดันตื่นสายอีก

ก็เลยต้องเอากรรไกร เทป กล่อง กันกระแทกโยนใส่ถุงขึ้นรถ

แล้วก็มาแพ็คในรถ พอแพ็คเสร็จก็จะเขียนที่อยู่

แต่ดันนนนนนนไม่มีปากกาติดกระเป๋าสักด้าม  อีตอนหา หาไม่เคยเจอ

ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไร เอาไปจ่าหน้าที่ไปรษณีย์ก็ได้

นั้นแหล่ะพอรู้ตัวว่าพลาดก็ชวนโมโหอยากจะกรี๊ดให้สาสมกับความไม่รอบครอบ

ไม่ได้ไม่ได้ต้องมองโลกในแง่บวก  ...... โชคดีจังเลยเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย

ฟ้าเข้าข้างให้เราเดินสองรอบ  ได้ออกกำลังกายสุขภาพแข็งแรง ช่วงนี้อากาศเย็นๆ คนเป็นหวัดเยอะ

เราได้ออกกำลังกาย หวัดก็ไม่มาเฉียดใกล้  โชคดีจริง ( กัดฟันเสียงดังก๊อด ก๊อด อิอิอิอิ)


............................................................................

ขากลับเห็นร้านขายเสื้อผ้าเด็กหน้าหนาว  ผ้านิ่มดีจัง

เห็นแล้วก็คิดถึงซาแมนต้าลูกสาวของปีเตอร์

ก็เลยนิดหนึ่ง เลือกค่ะเลือกไปเลือกมาได้มา ไม่รู้เลือกยังงัย

ได้มาเจ็ดตัว

ดังนี้


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ตัวนี้ใหญ่หน่อยคงใส่ยังไม่ได้ เอาไว้ใส่ตอนโต


http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internethttp://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ชุดรูปหัวใจน่ารักดี  ชอบชอบ อยากใส่เอง ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

อยากเอาเสื้อเด็กมาโชว์ แต่กลายเป็นโชว์แขนดำดำใหญ่ใหญ่ ๕๕๕๕๕๕



http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

http://www.diary-of-us.com - Everyone can have their own personal diary on the Internet

ชุดนี้ผ้านิ่มสุด  จับแล้วชวนฝันมากมาก

เจ็ดชิ้นสามร้อย เป็นเงินเหมือนกันนะเสื้อผ้าเด็ก 

อีตอนจะหยิบตังค์จ่ายนี้สิ ซวยแล้วไม่ได้เอากระเป๋าตังค์มา

เพราะค่าไปรษณีย์กล่องเดียวก็แค่หกสิบสอง

ก็เลยหยิบมาแค่กระเป๋าเศษสตางค์

ถามพี่เขาว่าเหรียญด้วยได้ไหม พี่เอาชะงักไปนิดหนึ่งแล้วก็ตอบว่าได้ ๕๕๕๕๕

ใจจริงคงไม่อยากได้เท่าไหร่ แต่เราอยากได้แต่ไม่อยากเดินอีกรอบ

ในกระเป๋ามีแบงค์ร้อยหนึ่งใบ แบงค์ยี่สิบสองใบ ส่วนที่เหลือจ่ายเป็นเหรียญห้ากับเหรียญสิบ

หมดกระเป๋าพอดี  ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

พี่เขาถามด้วยนะ จะมีค่ารถกลับบ้านไหม

ว่าจะถามกลับนะว่าถ้าไม่มีแล้วพี่จะให้ยืมเงินเหรอค่ะ  ....

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

แต่ไม่อยากไปกวนบาทาใครแต่เช้าเลยบอกไปว่าไม่เป็นไรค่ะ

กระเป๋าอยู่ในรถ แล้วก็วงเล็บไว้ในใจว่า  มีแต่กระเป๋า เงินไม่ดีเด้อค่ะ

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕


...............................................................................................................


พูดเรื่องเงินทีไรก็พลอยให้ใจห่อเหี่ยว ไม่สดชื่น

เมื่อวานจ่ายค่าประกันชีวิตไปหกพัน  แล้วยังต้องเสียค่าเข้าเล่มวิทยานิพนธ์อีก

เพิ่งวันที่สองแต่เงินหมดแล้ว ที่เหลือจะอยู่ได้อย่างไร กระซิกกระซิก

๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕





New entry diary:


Old entry Diary:

Like diary

Facebook
Private comment...to leave a comment press thebelow...


อ่านได พี่ไมตา ที่ไร โอ๋อารมณ๊ดีขึ้นมาทันที
เล่าเรื่องได้ เข้าใจง่าย นึกภาพออกตามได้ ภาษาก็เข้าใจง่าย ชอบค่ะ ชอบ

oh uk
03/11/2010 21:09:00

 ร้านส้มตำคุณน้อย อยู่ในซอยอะไรก็จำไม่ได้แล้วอยู่ฝั่งบ้านสมเด็จแหละค่ะ เมื่อก่อนแวะบ่อยมากๆเลย (สมัยเรียนหน่ะค่ะ) แล้วก็สเต็กแฝดอีกคุณไมตารู้จักมั้ยคะ

FooN
03/11/2010 12:14:00

เจ็ดชิ้นสามร้อยถือว่าถูกแล้วนะคุณไมตา
เจี๊ยบเคยเห็นบางยี่ห้อ เสื้อตัวกางเกงตัวเอง แต่แพงเวอร์

ว่าแล้วก็ร้องไห้กระซิก ๆ เป็นเพื่อนคุณไมตา
เงินหมดแล้นนนนนนเหมือนกัน แงแง โฮโฮ


03/11/2010 07:00:00

คิดในทางที่ดี ถือว่าเป็นการเดินออกกำลังกายแล้วกันค่ะพี่ไมตา จะได้ย่อยอาหารที่ทานมาก่อนหน้าด้วงัย แอบขำพี่ไมตาตอนจ่ายเงินค่าชุดเป็นเหรียญ แม่ค้าคงกัดฟันรับแน่ๆ เลยค่ะ อิอิ

มีน
02/11/2010 15:30:00

 คุณคนสวยใจเย็นๆนะคะ คนเราก็มีลืมกันได้บ้างแหละ เหลือนิสัยวีนๆ เหวี่ยงๆให้ฝนคนเดียวแหละดีแล้วค๊า..........

ร้านที่คุณไมตาไปทานนี้ ใช่ร้านส้มตำคุณน้อยมั้ยคะเนี่ย

FooN
02/11/2010 10:55:00